2064996
 
  • NICHE Natural Health

กินอาหารปรับสมดุลวัยทอง l HORMONE BALANCING FOODS.

Updated: Apr 7, 2018


ภาวะวัยทองเป็นปัญหาหนึ่งที่ค่อยข้างส่งผลกระทบต่อร่างกายสาวๆเมื่ออายุมากขึ้นด้วยปัจจัยของวัย สภาพร่างกาย และการลดลงของฮอร์โมนเพศที่ทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆตามมา ผู้เขียนจึงขอหยิบยกเรื่องนี้มาพูดเสียหน่อย เพราะการกินอาหารเองก็เป็นบทบาทสำคัญซึ่งช่วยลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นได้


อาการวัยทองที่ใครๆก็รู้


เป็นอาการที่เกิดจากการที่ปริมาณฮอร์โมนเอสโทรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงลดลงเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เกิดในช่วงวัยหมดประจำเดือน เมื่อฮอร์โมนชนิดนี้มีปริมาณต่ำลงมากพอก็จะเกิดผลกระทบต่อระบบต่างๆในร่างกาย ก่อให้เกิดอาการวัยทอง ได้แก่ อารมณ์แปรปรวน ร้อนวูบวาบ ซึมเศร้า หลงลืม ผิวแห้ง ช่องคลอดแห้ง

ดังนั้นอาหารที่จะช่วยชะลอหรือลดอาการต่างๆเหล่านี้ได้ จึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโทรเจนธรรมชาตินั่นเอง


กินอะไรและกินอย่างไร


  • ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองมีไฟโตเอสโทรเจนโดยมีการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นที่กินเต้าหู้ร่วมกับอาหารมื้อหลักบ่อยๆ เมื่อเข้าสู่ภาวะวัยทองจะมีอาการร้อนวูบวาบน้อยกว่า อาการวัยทองอื่นๆก็รุนแรงน้อยกว่าและความถี่ที่เกิดก็น้อยกว่า

แม้ถั่วเหลืองจะเป็นแหล่งฮอร์โมนเพศหญิงชั้นเยี่ยมจากธรรมชาติ แต่ในคนปกติที่มีระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องกินมากๆหรือกินติดต่อกันนานๆ เพราะอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งจากปริมาณฮอร์โมนเอสโทรเจนที่สูงเกินไป

ในขณะที่ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทอง ถั่วเหลืองจะมีส่วนช่วยเพิ่มฮอร์โมนเอสโทรเจนที่ขาด จึงไม่ได้ทำให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนที่สูงเกินไป ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งจากการกินถั่วเหลืองจึงน้อยกว่ามาก


ปริมาณที่แนะนำ : ในผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทอง หากกินถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองติดต่อกัน 6 – 12 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของระดับความรุนแรงและความถี่ของอาการวัยทองต่างๆได้


  • เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed)

เป็นอีกหนึ่งเมล็ดพืชที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโทรเจนที่น่าจับตามอง อีกทั้งยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3 โดยนอกจากจะช่วยต้านอาการวัยทองแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานอีกด้วย


ปริมาณที่แนะนำ : ควรนำเมล็ดแฟลกซ์ไปบดก่อนกิน เพราะจะทำให้ร่างกาย ดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่า ไม่ควรบดทิ้งไว้ เพราะมีองค์ประกอบของน้ำมันสูง จึงอาจระเหยไป ทำให้เสียคุณค่าทางอาหารได้

สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทอง สามารถกินเมล็ดแฟลกซ์ในปริมาณ 40 กรัม ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ หรือวันละ 25 กรัม ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ โดยสามารถเริ่มกินเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยทองได้เลย อาการต่างๆที่เกิดขึ้นหลังหมดประจำเดือนก็จะดีขึ้น


  • วิตามินอี

เป็นหนึ่งในกลุ่มวิตามินกลุ่มแอนติออกซิแดนต์ที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณอย่างมาก นอกจากนั้นยังช่วยยืดระยะเวลาวัยเจริญพันธุ์(ช่วงที่ยังมีประจำเดือนอยู่) ออกไปให้นานขึ้น และยังช่วยให้ช่องคลอดชุ่มชื่นอีกด้วย


ปริมาณที่แนะนำ : สามารถกินอาหารที่มีวิตามินอีหรือกินในรูปแบบอาหารเสริมได้ แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงวัยทองหรือหลังหมดประจำเดือน โดยควรกินวันละ 40 – 200 ไอยู และไม่ควรเกินวันละ 1,500 ไอยู


  • ไขมัน

เมื่อเข้าสู่วัยทอง ผู้หญิงมักจะอ้วนง่าย บางคนถึงกับไม่ยอมกินอาหารที่มีน้ำมันเลย ซึ่งความจริงแล้วไขมันเป็นตัวตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนหากเราเลิกกินไขมันก็จะยิ่งทำให้ฮอร์โมนเอสโทรเจนลดลงไวกว่าเดิม


ปริมาณที่แนะนำ : บริโภคไขมันที่เป็นไขมันดี (HDL) ได้ตามปกติให้เพียงพอต่อความต้องการ เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3,โอเมก้า-6,โอเมก้า-9  เป็นไขมันมีประโยชน์ที่ควรกินลดหลั่นกันตามลำดับ พบมากในปลาทะเล โดยไม่ควรกินเกินวันละ 4 ช้อนโต๊ะ

ถึงอย่างไรการเลือกกินอาหารก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปรับสมดุลฮอร์โมนและลดอาการจากภาวะวัยทอง จึงควรทำร่วมกับการออกกำลังกายและปรับสภาวะอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด ก็จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้เช่นกันค่ะ


บทความโดย ดร.ณิชมน  สมันตรัฐ

ตีพิมพ์ลงในนิตยสารชีวจิต เล่มวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2560


ท่านสามารถนัดพบแพทย์ธรรมชาติบำบัด หรือ Naturopathic Doctor (ND) เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพได้ที่ NICHE Natural Health สุขุมวิท ซอย 5 Tel: 086-812-8888 หรือ Line @NICHEhealth

194 views0 comments