THE CENTER

Floor 9, 12A-14 MedAsia Healthcare Complex, Sukhumvit 5, Bangkok, Thailand

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black YouTube Icon

Opening Hours:

Mon - Fri: 9am - 6pm 

​​Saturday: 9am - 6pm ​

Sunday: Closed

CONTACT

© 2018 by NICHE Natural Health

  • NICHE Natural Health

ป้องกันลำไส้อักเสบ ภูมิคุ้มกันตก l PROBIOTIC BOOSTER




ร่างกายของเรามีโพรไบโอติกที่เรียกว่า นอร์มัลฟลอรา (Normal Flora) หรือจุลินทรีย์ชนิดดี นอกจากนี้ร่างกายของเรายังมีจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีอาศัยอยู่ด้วย จุลินทรีย์ชนิดนี้เปรียบเสมือนทหารที่ยืนประจำรั้ว ยิ่งมีทหารเยอะ ยิ่งช่วยป้องกันจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีไม่ให้เข้ามาทำลายเราได้


นอร์มัลฟลอราในร่างกายเรามีอยู่กว่า 400 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะกระจายอยู่ในอวัยวะที่แตกต่างกันไป โดยเราจะพบจุลินทรีย์ชนิดดีได้ตั้งแต่ที่ผิวหนัง ริมฝีปาก ช่องปาก ท้อง กระเพาอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไปจนถึงทวารหนัก

4 คุณค่าจุลินทรีย์ ดีต่อระบบย่อย

ในเด็กแรกเกิดจะยังไม่มีจุลินทรีย์ในร่างกายเลย แต่จะได้รับจุลินทรีย์ชนิดดีชุดแรกผ่านทางช่องคลอดของคุณแม่ จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมเด็กที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติจึงแข็งแรงกว่าเด็กที่ผ่าตัดคลอด เพราะเขาได้รับจุลินทรีย์จากคุณแม่ แต่หลังจากนั้น 1 ปี เด็กจะสามารถพัฒนาเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีในร่างกายขึ้นมาได้ผ่านการได้รับนมแม่ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการสร้างอิมมูนซิสเต็ม

ทำไมปัจจุบันนี้เราจึงพูดถึงโพรไบโอติกกันมากนัก สาเหตุเกิดจากการที่เรากินยาแอนติไบโอติก หรือยาปฏิชีวนะกันมากไป ซึ่งยาดังกล่าวจะไม่ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทั้งชนิดดีและไม่ดีตายหมด ร่างกายเราจึงเหมือนเด็กเกิดใหม่ที่ไม่มีทหารคอยป้องกันเลย


ถ้าพูดถึงประโยชน์ของจุลินทรีย์ชนิดดีต่อร่างกายนั้นมีหลายข้อมาก ขอยกตัวอย่างดังนี้

หนึ่ง ช่วยในเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกัน

สอง ช่วยเสริมการทำงานของระบบลำไส้ ป้องกันการอักเสบ คนปัจจุบันมีภาวะลำไส้รั่วกันมาก เนื่องจากลำไส้เกิดการแพ้และอักเสบ ทำให้ลำไส้เิดรูรั่ว ส่งผลให้เศษอาหารในลำไส้ทะลุออกไปสู่กระแสเลือดโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติในระบบย่อย เช่น กินอาหารแล้วรู้สึกแน่น อาหารไม่ย่อย บางคนปวดท้อง ท้องเสีย ขณะที่บางคนอาจท้องผูก นอกจากปัญหาในระบบย่อยแล้ว ภาวะลำไส้รั่วอาจทำให้ภูมิคุ้มกันตก เป็นผื่นแพ้ ป่วยง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ

สาม ช่วยย่อยอาหาร

สี่ ป้องกันการติดเชื้อ ไม่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย และยังช่วยแก้อาการลำไส้แปรปรวนได้

นอกจากนี้ยังมีรายงานพบว่า ถ้าร่างกายมีจุลินทรีย์ชนิดดีน้อยเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วนได้ง่ายด้วย


10 โพรไบโอติกต้องกิน

เราจำเป็นต้องเติมโพรไบโอติก หรือจุลินทรีย์ดีที่มีชีวิตเข้าสู่ร่างกาย เพิ่อเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ดีให้มากขึ้น โดยสามารถเลือกกินได้ 2 รูปแบบ คือ

หนึ่ง การกินในรูปแบบอาหารเสริม ซึ่งมีทั้งชนิดเม็ดและชนิดผลบรรจุซอง

สอง การกินในรูปแบบอาหาร ซึ่งเรากินกันมาเนิ่นนานหลายทศวรรษแล้ว ขอยกตัวอย่างอาหารใกล้ตัว เช่น


โยเกิร์ตนม ถ้าเป็นโยเกิร์ตโฮมเมดทำเองจะดีที่สุด ส่วนในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีคำแนะนำชัดเจนว่า ผลิตจากจุลินทรีย์ชนิดใด ซึ่งแต่ละชนิดจะให้รสชาติ กลิ่น รสที่แตกต่างกันไป แนะนำให้เลือกชนิดเพลนโยเกิร์ตจะดีที่สุด หรือถ้าเป็นโยเกิร์ตทั่วไป แนะนำให้เลือกกรีกโยเกิร์ต เพราะมีโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไป รวมถึงต้องดูเรื่องปริมาณน้ำตาลด้วย ควรเลือกชนิดไม่หวานหรือรสธรรมชาติ


โยเกิร์ตธัญพืช เช่น โยเกิร์ตนมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ตกะทิ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่แพ้น้ำตาลแล็กโทส

ซาวร์ครีม เป็นเครื่องจิ้มของฝรั่ง ใช้กินคู่กับผัก ขนมปัง เกิดจากการนำโยเกิร์ตมาหมักอีกทีทำให้ได้เนื้อที่เข้มข้นกว่าเดิม ซึ่งจะมีความเปรี้ยวมากกว่าโยเกิร์ต แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลเช่นกัน

ซาวร์เคลา คืออาหารหมักของฝรั่ง เกิดจากการนำกะหล่ำปลีมาหมักกับเครื่องเทศ กินเป็นเครื่องเคียงกับสเต๊ก ข้อดีคือ ซาวร์เคลามีสารกลูตามีนสูง ซึ่งจะช่วยลดอาการของภาวะลำไส้รั่วได้ วิธีเลือกคือ ความเลือกชนิดที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์



กิมจิ เป็นอาหารหมักของชาวเกาหลี โดยนำผักกาดขาว หอมหัวใหญ่ พริก ขิง มาหมักกับหัวเชื้อ กิมจิโฮมเมดจะดีต่อสุขภาพที่สุด และแนะนำว่าควรกินชนิดที่เสิร์ฟแบบเย็น ๆ เพราะการนำไปทำซุปหรือผ่านความร้อนจะทำให้โพรไบโอติกตาย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังได้รับเกลือแร่ วิตามินจากผัดดองบางส่วนอยู่

มิโซะ ถ้าเราสังเกตจะพบว่า ชาวญี่ปุ่นจะไม่นำมิโซะลงไปต้มกับน้ำ แต่จะใช้วิธีต้มน้ำซุปปลาให้เดือดแล้วค่อยใส่มิโซะลงไป คนแล้วดื่มทันที เพราะจะไม่ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ตายจากการโดนความร้อน

นัตโตะ นอกจากจะมีจุลินทรีย์ดีแล้ว ยังมีวิตามินมากและมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ดีต่อหัวใจ ส่วนเคล็ดลับในการกินนัตโตะให้อร่อยคือ ใส่ซีอิ้ว โชยุ วาซาบิ หรือ มัสตาร์ดลมงไปเล็กน้อย แล้วคนให้เข้ากัน กินคู่กับข้าวและสาหร่าย

เทมเป้ เป็นถั่วหมักของชาวอินเดีย เนื้อถั่วจะแน่นมากคล้าายเนื้อสัตว์ บางคนนำมาทอด แต่ไม่ควรผ่านความร้อนมาก

คีเฟอร์ เกิดจากการผสมกันระหว่างเชื้อแบคทีเรียกับยีสต์ มีทั้งแบบที่เป็นนมและน้ำ ชนิดนมเหมาะกับผู้ที่ลำไส้ย่อยแล็กโทสไม่ได้ เพราะคีเฟอร์จะเป็นตัวช่วยย่อยแลกโทสให้หมด รสชาติจะออกเปรี้ยว ๆ คล้ายโยเกิร์ต โดยสามารถนำคีเฟอร์มาทำโยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรือแม้แต่ชีสได้ ส่วนคีเฟอร์แบบน้ำ ระดับความหวานขึ้นอยู่กับระยะเวลาการหมัก หากหมักนานจะออกรสเปรี้ยว เพราะน้ำตาลถูกย่อยไปแล้วนั้นเอง

คอมบูชะ คล้ายคีเฟอร์ แต่รสชาติแตกต่างกันนิยมนำคอมบูชะมาทำเป็นเครื่องดื่ม รสชาติจะออกซ่าๆเหมาะสำหรับคนที่ติดน้ำอัดลมโดยสามารถหันมาดื่มคอมบูชะแทนได้


กินโพรไบโอติกอย่างไรแก้โรคท้อง

ขอแนะนำเทคนิกกินกินโพรไบโอติกง่าย ๆ คือ เลือกชนิดที่เป็นโฮมเมดจะดีที่สุด โดยต้องคำนึงถึงความสะอาดในกระบวนการผลิต ไม่ควรนำไปผ่านความร้อน และไม่ควรใช้สารปรุงแต่งเสริมเข้ามาเป็นส่วนผสม

ส่วนวิธีกิน เราสามารถกินโพรไบโอติกได้ทุกวัน สำหรับคนที่ไม่เคยกินเลย ให้ลองกินอาหารทีละชนิดไปก่อน เมื่อลำไส้เคยชินแล้วค่อยเพิ่มชนิดอาหารไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่าง คีเฟอร์ สำหรับคนที่ไม่เคยกินเลย แนะนำว่าควรกินครั้งแรกสัก 50 มิลลิลิตร วันต่อมาจึงเพิ่มเป็น 100 มิลลิลิตร แล้วค่อยเพิ่มเป็น 200 มิลลิลิตร ตามขนาดที่คนทั่วไปกิน

นอกจากกินโพรไบโอติกแล้ว ไม่ควรลืมกินพรีไบโอตืก คืออาหารของโพรไบโอติกด้วย ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าโพรไบดอติกเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้ว แต่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ต่อไปเพราะไม่มีอาหารให้เขา

พรีไบโอติกที่เราควรจะกิน คือ หน่อไม้ฝรั่ง กล้วย ข้าวบาร์เลย์ กระเทียม น้ำผึ่้ง ต้นหอมญี่ปุ่น เห็ด หัวหอม ข้าวโอ๊ต ซึ่งจะช่วยให้โพรไบโอติกขยายตัวได้รวดเร็วขึ้น


กินอย่างนี้รับรองว่าจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้นได้แน่นอนค่ะ

บทความโดย ดร.ณิชมน  สมันรัฐ

ตีพิมพ์ลงในนิตยสารชีวจิต เล่มวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561


ท่านสามารถนัดพบ ดร.ณิชมน  สมันตรัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด หรือ Naturopathic Doctor (ND) เพื่อรับคำปรึกษา ได้ที่ NICHE Natural Health สุขุมวิท ซอย 5 Tel: 086-812-8888 หรือ Line @NICHEhealth